ReadyPlanet.com
dot
bulletภาพการเิดินทาง 22 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 23 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 24 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 25 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 26 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 27 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 28 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 29 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 30 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 31 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 1 เมษายน 55
dot
สถานที่ที่เราไปเยือน
dot
bulletวัดไทยพุทธคยา
bulletต้นพระศรีมหาโพธิ์
bulletพระมหาวิหารพุทธคยา
bulletพระพุทธเมตตา
bulletวัดพุทธนานาชาติ
bulletแม่น้ำเนรัญชรา
bulletบ้านนางสุชาดา
bulletเขาคิชณกูฏ
bulletวัดไทยสิริราชคฤห์
bulletวัดเวฬุวัน
bulletหลวงพ่อองค์ดำ
bulletมหาวิทยาลัยนาลันทา
bulletวัดไทยไวสาลี
bulletพระสถูปปาวาลเจดีย์
bulletวัดป่ามหาวัน
bulletพระมหาสถูปเกสะเรีย
bulletสาลวโนทยาน
bulletมกุฏพันธนเจดีย์
bulletวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
bulletสวนลุมพินีวัน
bulletวัดไทยนวราชรัตนาราม
bulletวัดไทยลุมพินี
bulletวัดเชตวันมหาวิหาร
bulletแดนมหามงคลชัย
bulletวัดไทยสารนาถ
bulletแม่น้ำคงคา
bulletพิพิธภัณฑ์สารนาถ
bulletเจาคันธีสถูป
bulletธัมเมกขสถูป
bullet- - - สภาพอากาศ
bullet- - - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bullet- - - ใบสมัครร่วมจาริกธรรม
dot
Newsletter

dot


       

แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


ประวัติการเดินทาง ครั้งที่ 9

เกื้อบุญ  จิตเป็นสุขเมื่อประพฤติธรรม
      มนัสการพุทธสังเวชนียสถาน 9 วัน ณ ประเทศอินเดียและเนปาล
  ระหว่างวันที่  23 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม  2555 
 นำทางโดยมี พระครูสุทธธรรมาภรณ์ ( พระอาจารย์พยุง ชวนปญฺโญ ) เจ้าอาวาสวัดป่าภูริทัตตถิราวาส
 บ้านหนองผือ ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนครเป็นผู้นำคณะเกื้อบุญในครั้งนี้
 กราบขอบพระคุณมาถึงคณะครูบาอาจารย์และญาติโยมที่ร่วมเดิทางไปแสวงบุญ ในครั้งนี้ทุกๆท่าน
 กราบมนัสการพระวิทยากรบรรยาย พระอภิชัย อธิปญฺโญ ที่ได้ถ่ายทอดและให้ความรู้ในพุทธประวัติและสิ่งละอันพันละน้อยเกร็ดความรู้ทั่วไปในอินเดียตลอดการเดินทาง  สาธุ สาธุ..สาธุ..
    และขอขอบพระคุณ 
    -  หนังสือประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ โดยขันธะวิมุตติ พิมพ์ ถอดจากลายมือพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร
     -หนังสือ สู่แดนพุทธองค์ อินเดีย-เนปาล โดย พระราชรัตนรังษี ( วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ )
    - หนังสือเก่าเล่าเรื่องของพระพุทธองค์ โดยพระมหาสุวิทย์ ธัมมสิริ ( นาลาด )
    - ตามสำรวจพุทธสถานในอินเดีย โดยพระมหาดาวสยาม วชิรปัญฺโญ
     - ไปอินเดีย เมียสั่งมา.. โดยไพโรจน์ ชินศิรประภา
     และเอกสารแผ่นพับและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆที่ได้มาจากแต่ละวันแต่ละวัดที่ประเทศอินเดีย เป็นข้อมูลประกอบคำอธิบายในแต่ละภาพในครั้งนี้ กราบขอบพระคุณ มา ณ โอกาศ นี้ด้วย ค่ะ...
                                   นภาภรณ์ รินทระ ( ติ๋ม ) หัวหน้ากลุ่มคณะเกื้อบุญ  17 มีนาคม 2555


..ดินแดนที่หลายๆคนไม่อยู่ในสายตา
..ดินแดนที่หลายๆคนผวาเวลาถูกชวน
..ดินแดนที่ใครๆ ล้วนส่ายหน้า..
..แต่ เมื่อถึงเวลา หลายๆคนก็มาแบบตั้งใจและมีศรัทธา และหลายๆคนก็มาแบบไม่ตั้งใจ...

   
    มนัสเต Namastee ยินดีต้อนรับ สู่ประเทศอินเดีย ของฉัน ได้แล้วค่ะ...



  คณะ เกื้อบุญ..จาก สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ลงเครื่องบินที่สนามบินกัลกัตตา
ต่อด้วยรถบัสปรับอากาศและวงล้อรถได้มาหยุดหมุนที่ ต.พุทธคยา อ.คยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย 



คณะ..ได้ไปเยือน วัดพุทธสาวิกา (แม่ชีไทย )







แม่ชีดาวฟ้า โพธิปัญญา เป็นตัวแทนกล่าวต้อนรับคณะเกื้อบุญ..





พระมหาเจดีย์พุทธคยา
 
คือสถานที่ที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์


  

 



พระแท่นวัชรอาสน์ หรือ พระแท่นเพชร
 
ประดิษฐานอยู่ใต้โคนต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นสัญญาลักษณ์แสดงสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะ
ประทับนั่งก่อนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า







 คืนแรกที่คณะนั่งทำสมาธิ  บริเวณพระมหาเจดีย์พุทธคยา









 เสาศิลา จารึก พระเจ้าอโศก
 ช่วยให้โลก มั่นใจ สงสัยหาย
 ว่าพระพุทธ เป็นมนุษย์ ในนิยาย
 หรือเกิดกาย เป็นมนุษย์ วิสุทธิ์จริง
 ฝรั่งที่ ไม่เชื่อ ก็ยอมเชื่อ
 โลกได้เนื้อ บุญหลาย ทั้งชายหญิง
 ยอมรับ ธรรมอำไพ ไม่ติติง
 เพราะได้อิง จารึกเห็น เช่นพระยายฯ
         
พุทธทาสภิกขุ


 วัดป่าพุทธคยา



วัดป่าพุทธคยา บริเวณตรงนี้ จะมองเห็นองค์พระเจดีย์พุทธคยา











คณะครูที่มาต้อนรับ..คณะแสวงบุญ ที่จะมาเยี่ยมชม บริเวณบ้านของนางสุชาดา....
เรามาคณะเดียว แต่คณะครูน่าจะมาหลายโรงเรียน แม่ต้อยเลยต้องขอช่วยจัดระเบียบกันดีกว่า....

 ฝ่ายประตูเปิดต้อนรับ...








สถูปที่พระเจ้าอโศกสร้างเป็นที่ถึงนางสุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปายาส





บรรยากาศหลังฤดูเก็บเกี่ยวแถวบ้านนางสุชาดา

















เดินผ่านแปลงผัก เพื่อไปยังท่าน้ำลอยถาดของพระพุทธองค์





แม่น้ำเนรัญชรา สถานที่ลอยถาดทองคำอธิษฐาน มองไปด้านหลังจะมองเห็นองค์พระเจดีย์พุทธคยาเด่นเป็นสง่า



..และครั้งหนึ่งใน ชีวิต กับการได้มาเยือน.. และที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชราพร้อมการตั้งจิตอธิฐาน...






จ่ายเป็นทุนการศึกษาแก่ลูกหลานนางสุชาดา ครั้งเดียว คนเดียว กลุ่มครูก็แบ่งสรรคกันไป...














พระพุทธรูปสไตล์ญี่ปุ่น องค์มหึมา ที่วัดญี่ปุ่น









 ชาวคณะเกื้อบุญร่วมทอดผ้าป่าที่วัดป่าพุทธคยา






 คืนที่สอง ชาวคณะได้มากราบลาองค์พระเจดีย์พุทธคยา







 " คชา"...รสชาตอร่อยกรอบมี 2 รส เค็มและหวาน ที่เมืองนาลันทา































 




 
 ชาวคณะเกื้อบุญ เข้าพักที่วัดไทยไวสารี 1 คืน






สารีริกธาตุพระสถูปเจดีย์ เมืองไวสารี







สถูปโบราณขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร มีสังกะสีมุงเป็นทรงกลมศาลาแปดเหลี่ยม ล้อมรอบฐานเจดีย์โบราณ ซึ่งได้รับการขุดค้นพบ
จากฝ่ายโบราณคดีของรัฐบาลกลาง และนักโบราณคดียืยยันว่า นี่คือสถูปที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ขอแบ่งจากกุสินาราและจาก
สถูปอีก 7 แห่ง แล้วอัญเชิญมาบรรจุไว้ในสมัยเดียวกับเมืองราชคฤห์ของพระเจ้าอชาตศัตรูคณะราชาลิจฉวี ราชามัลละ ราชาโกลิยะ
แห่งรามคาม พราหมณ์แห่งเวฎฐทีปกนคร ราชาโมลีนคร ราชาศากยะแห่งกบิลพัสดุ์


..











ผู้ดูแลตัวจริงที่เปิดประตูให้(ก่อนเวลา)และดูแลความเรียบร้อยบริเวณสารีริกธาตุพระสถูปเจดีย์ และบริเวณสวนดอกไม้



ทางเข้าวัดป่ามหาวัน เมืองไวสารี











พระวิทยากรบรรยาย พระอภิชัย อธิปญฺโญ กับการพาคณะเกื้อบุญ มนัสการวัดป่ามหาวัน
เมืองไพสารี วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555


































































ผ้ามาห่มองค์พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและเพื่อนความอบอุ่นแห่งครอบครัว ก็ให้เตรียมผ้าขนาด
กว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตรครึ่ง จะห่มได้พอดี













 ..ชาวศรีลังกา (รูปภาพด้านบน )และ ชาวพม่ามากราบสักการะ ณ สังเวชนียสถาน



      บริเวณวิหารและสถูปปรินิพานที่สาลวโนทยา เมืองกุสินารา คนละมุม คนละประเทศ แต่ดวงใจและการศรัทธา
มอบให้กับพระศาสดาองค์เดียวกัน


 



รูปด้านบน ชาวอินเดีย และรูปด้านนล่างเป็นกลุ่มคณะใหญ่มาจากประเทศเวียดนาม ก็มาไหว้สังเวชนียสถานเหมือนพวกเรา





ด้วยพลังศรัทธาอันแรงกล้าของชาวพุทธเวียดนาม ต่างเดินทางมากราบไหว้พระศาสดาที่เมืองกุสินารา





มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ








มกุฏพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ














คณะเกื้อบุญ มีโอกาศเข้าแวะเยี่ยมชมวัดกุสาวดีพุทธวิหาร และร่วมถวายกองผ้าป่ากับทางวัด
ใน(รูปบน) พระศุภชัย สุขภูมิได้ถ่ายภาพนี้ไว้ที่บริเวณหน้าวัดด้านนอก..




..ท่านเจ้าอาวาสวัดกุสาวดีพุทธวิหาร ซึ่งอยู่ตอนเหนือของประเทศอินเดีย กำลังจับมือทักทายกับท่านพระครูวรญาณคุณ

ซึ่งได้ร่วมเดินทางมากับคณะเกื้อบุญ วัดของท่านอยู่ใต้สุดประเทศไทย จ.ปัตตานี อนุโมทนา สาธุ กับการเดินทางครั้งนี้ด้วย เจ้าค่ะ...



























































































  " มะขามป้อม ??"  ...ต้องลูกใหญ่แบบนี้ มีเห็นที่เดียว ต้องที่อินเดีย ค่ะ..






   
  พระ อภิชัย อธิปญฺโญ พระวิทยากรบรรยายตลอดเส้นทางการเดินทางครั้งนี้  กราบมนัสการ..





 สดๆจากไร่ ไร้สารเคมีตกค้างใดๆ..แต่ก่อนจะนำไปรับประทาน ก็ต้องผ่านน้ำสะอาดก่อนดีที่สุด...




.. รูปภาพบน พระเฉลิมชัย ท่านมาพร้อมการให้ทานเสมอ..แม้กำลังจะก้าวขึ้นรถแล้ว..



..ยังมีให้เลือกอย่าจุใจในสินค้า..โปรดมั่นใจในตาชั่ง น่ะ นายจ๋า..ก่อนกลับก็พร้อมแจก-แถมให้ผู้มาเยือนประทับใจกลับไป....




จาก 960 วันนี้จะขอข้ามประเทศอินเดียไป ลุมพินี คือเป้าหมาย ครับ...(จากจุดนี้ไปถึงชายแดนเนปาล ประมาณ 7 กิโลเมตร )..



..


จุดตรวจคนเข้าเมือง " ด่านเบละหิยา " ของประเทศเนปาล..






..พระอุโบสถอันงดงามของวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล



 โรงครัวของวัด วันนี้มีบริการผักสดๆเป็นส่วนหนึ่งที่ทางวัดปลูกไว้เพื่อให้บริการสำหรับผู้มาเยือนและเก็บไว้ทาน....



 มายาเทวีวิหาร
    มายาเทวีวิหาร เดิมเป็นวิหารสร้างด้วยอิฐกับปูน เป็นอาคารยกระดับมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านหลัง ภายในมีรูปพระนางสิริมหาเทวี
แกะสลักด้วยหินเป็นภาพพุทธมารดายืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละอยู่ พร้อมพระสนม และข้างหน้าเป็นรูปเจ้าฟ้าชายสิทธัตถะ
กำลังก้าวพระบาทไปบนดอกบัว ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่นับถือสักการะมากของชาวฮินดูและเนปาล



องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน" วัดมหามายาเทวีวิหาร "ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2540



ภาพแกะสลักพันวรรษาตอนประสูติ ภายในวิหาร



รอยพระบาท ณ จุดที่พระมหาบุรุษประสูติใต้ต้นสาละ
ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ( วันวิสาขบูชา )




ลุมพินี
สถานที่ประสูติ
  พุทธอุทยานลุมพินี             มายาเทวีวิหาร
  ที่ประสูติกาลโพธิสัตว์        ที่ตรัสอาสภิวาจา
  เสาศิลาอโศกฯ                   สระโบกขรณี
  โพธิ์ศรีฝ่าอุปสรรค              ภาพแกะสลักพันวรรษา
  แผ่นศิลารอยพุทธบาท       อภิวาทที่ประสูติพุทธองค์







" ดูก่อนอานนท์ หญิงอื่นๆย่อมนั่งคลอดบ้าง นอนคลอดบ้าง ส่วนมารดาแห่งพระโพธิสัตว์หาเป็นอย่างนั้นไม่
มารดาแห่งโพธิสัตว์ย่อมยืนคลอดพระโพธิสัตว์ ดังนี้ "...



"ดูก่อนอานนท์ ในกาลใดโพธิสัตว์ออกมาจากท้องแห่งมารดา ในกาลนั้นเป็นผู้สะอาดหมดจดไม่เปื้อนด้วยเมือก
ไม่เปื้อนด้วยเสมหะ ไมเปื้อนด้วยเลือด ด้วยหนอง ของไม่สะอาดอย่างใดๆ เป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์เหมือนแก้วมณี
ที่วางอยู่บนผ้าเนื้อเกลี้ยงอันมาจากแคว้นกาสี แก้วก็ไม่เปื้อนผ้า ผ้าก็ไม่เปื้อนแก้ว เพราะเป็นของสะอาดหมดจน
ทั้งสองแห่ง "..






.." ดูก่อนอานนท์ โพธิสัตว์คลอดแล้วเช่นนี้ เหยียบพื้นดินด้วยฝ่าเท้าอันสม่ำเสมอ ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ก้าวไป
เจ็ดก้าว มีฉัตรขาวกั้นอยู่เบื้องบน ย่อมเหลียวดูทิศทั้งหลายและเปร่งวาจาประกาศความสูงสุดว่า ' ..เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก
เราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ภพใหม่ของเราจะไม่มีอีกแล้ว.. ' "...











 หน้าสระโบกขรณี ข้างมายาเทวีวิหาร สถานที่ประสูติ



สถานที่สำคัญ
1.เสาหินของพระเจ้าอโศกมหาราช สูง 26 ฟุต 6นิ้ว (8 ฟุต 6 นิ้ว ฝังอยู่ในใต้ดิน) แสดงถึงที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ
2. มายาเทวีวิหาร
3. สระโบกขรณี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สรงน้ำของพระนางสิริมหามายาเทวีหลังมีประสูติกาล
















..พระวิทยากรท่านกำลังพานำสวด อิติปิโส ช่วงเขตประเทศเนปาล ข้ามไปเขตประเทศอินเดีย
นับว่าเป็นการสวดที่ยิ่งใหญ่ระหว่างประเทศ(ช่วงรอยต่อของ สองประเทศ ประมาณ 10 นา นาที)  อนุโมทนา สาธุ สธุ สาธุ....





















( รูปภาพด้านบน มองเห็นไกลๆเป็นพื้นที่บ้านของพ่อองคุลิมาล )



      บริเวณบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี องคมนตรี ที่ปรึกษาสายเศรษฐกิจของพระเจ้าปเสนทิโกศล
ผู้สร้างพระอารามเชตวันมหาวิหาร

 



 
(รูปด้านบนและล่าง กล่าวกันว่าเป็นเศษอิฐ เศษหินเก่าแก่ทับถมกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลภายในบ้านขององคุลิมาล )





บริเวณต้นโพธิ์พระอานนท์ ภายในเขตวัดเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี





( ในรูป ต้นโพธิ์พระอานนท์ กับพระครูสุทธธรรมาภรณ์ )



บริเวณพระมูลคันธกุฎี สถานที่จำพรรษา 19 พรรษาที่วัดเชตวันมหาวิหาร

















ทางเข้าวัดเชตวันมหาวิหาร










      พลังแห่งศรัทธาในพระพุทธองค์ บวกพลังแห่งแสงเทียนที่ชาวพุทธไทย และชาวพุทธศรีลังกา ช่วยกันจุดขึ้นมาบริเวณทางเดิน
ที่จะไปมหาคันธกุฏีที่พระพุทธเจ้าประทับที่เขตเชตวันมหาวิหาร




บ่อน้ำที่ใช้สรงของพระพุทธเจ้า (รูปด้านล่าง)





บริเวณมหาคันธกุฎีที่พระพุทธเจ้าประทับ...








เมืองสาวัตถี เมืองที่เต็มไปด้วยพระอรหันต์





เจดีย์ที่สร้างในบริเวณที่พระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหารย์ ปัจจุบันเรียกว่า "ออราชาร์ "..เมืองสาวัตถี



























































































































กับความประทับใจ เมื่อได้มาถึงแล้วประเทศอินเดีย...กับคุณป้าจัด...กราบขอบพระคุณมาด้วย ค่ะ



และอีกท่าน คุณหน่อยที่บอกกล่าวถึงความรู้สึก ทุกอย่างเป็นประโยคทั้งผู้รับและคณะผู้จัด เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ดียิ่งๆไป
กราบขอบพระคุณ มา ณ โอกาศนี้ด้วย ค่ะ...



































"พระอาทิตย์ เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราช
มีสีเพียงดั่งสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่างอุทัยขึ้นมา
เพราะเหตุนั้น ข้าขอน้อมพระอาทิตย์นั้น
ซึ่งมีสีเพียงดั่งสีแห่งทอง ยังพื้นปฐพีให้สว่าง "..
















ท่ามณีกรรณิการ์ฆาต
    เมรุหลวงของชาวฮินดูเป็นลานส่งร่างไร้วิญญาณมาแล้วกว่า 4,000 ปี จนมีคำเล่าขานว่า
"เปลวไฟที่เผาร่างไร้วิญญาณของบรรดาฮินดูชนที่ท่าเผาศพแห่งนี้ไม่เคยมอดดับ "...



















..ละครชีวิตริมฝั่งแม่น้ำคงคา ที่เมืองพาราณสี


































อินเดีย-เมืองคนใช้หัว



..ยามเช้า..กับชาร้อนๆแบบอินเดีย..แต่ภาพรูปด้านล่าง สารถีคนนี้ท่าทางทะมัดทะแมงและใบหน้าคุ้นๆ...



รอยยิ้มที่มากกว่าคำพูดใดๆ...Namastee สวัสดี ค่ะ...








..หอเสนคุปตะลอร์ด หรือเรียกชื่อใหม่ว่า  สิทธารถวิหาร
 เป็นหอพักของพระนักศึกษาไทยที่มาเรียนหนังสือ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน มหาวิทยาลัยบานารัส ฮินดู
( B.H.U.Banaras Hindu University ) 


เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีเนื้อที่ถึง 1,350 เอเคอร์ หรือประมาณ 3,415 ไร่ เป็น 1 ใน 13 มหาวิทยาลัยที่
ขึ้นตรงและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง ประเทศอินเดีย




จุดเด่นของมหาลัยแห่งนี้อีกอย่างนอกเหนือจากด้านวิชาการแล้ว ก็คือ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีหอพักให้นักศึกษา
มาพักอาศัยมากและใหญ่ที่สุดในเอเซีย คือมีหอพักมากกว่า 50 หอพัก ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงบ้านพักครู อาจารย์
และอาคารชุดของเจ้าหน้าที่ด้วย



 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้เปิดสถาบันและคณะต่างๆ ให้นักศึกษาได้เลือกเรียนถึง 3 สถาบันใหญ่ๆ
 และอีก 14 คณะ แยกออกเป็น 124 สาขาวิชา มีนักศึกษาจากอินเดียและทั่วโลกกว่า 32 ประเทศ




 ปัจจุบันในปี 2555 มีพระ แม่ชี และฆราวาสที่กำลังศึกษาระดับ ปริญญาตรี โท และเอก อยู่ประมาณ 73 ท่าน
( ในรูปภาพด้านล่าง พระมหา วิเชียร กำลังกล่าวต้อนรับ ชาวคณะเกื้อบุญ ที่ได้มาเยี่ยมเยียนถึงสถานที่
กราบขอมนัสการ สาธุ สาธุ )
..












กราบขออนุโมทนา สาธุ  ทาง "หอเสนคุปตะลอร์ด"..ได้จัดเตรียมอาหาร และเครื่องดื่มพร้อมบริการกับพระคุณเจ้า
และคณะญาติโยมที่มาเยือน สาธุ สาธุ.. วันที่ 2 มีนาคม 2555 ( ในรูปญาติโยมกำลังถวายอาหารแด่พระภิกษุที่หอเสนฯ)..








































พาราณสี ราชธานีแห่งความเป็นหนึ่ง
     หนึ่ง           ปฐมเทศนา อริยสัจ
     สอง           ปฐมอุบัติ อริยสงฆ์
     สาม           ปฐมพรรษา พุทธองค์
     สี่               ปฐมวงศ์ อุบาสิกา
     ห้า             ปฐมบิดา  อุบาสก
     หก             ปฐมศก    ประกาศศาสนา
     เจ็ด            ปฐมความงาม พระปฏิมา
     แปด           ปฐมพารา พุทธสัญจร
      เก้า            ปฐมมหาวิทยาลัย
       สิบ             ปฐมยิ่งใหญ่ คงคาชื่อกระฉ่อน
     สิบเอ็ด       ปฐมแพรไหม เลิศอาภรณ์
     สิบสอง      ปฐมนคร  แห่งอารยธรรม






 สารนาถ  ( Sarnath )
 สารนาถ เดิมเรียกว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นสถานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลือกตั้งพุทธศาสนาที่นี่ โดย
พระองค์มาโปรดเหล่าลูกศิษย์ 5 ท่าน (ปัญจวัคคีย์)ที่เคยปรนนิบัติรับใช้ท่าน พระองค์ได้แสดงธรรมกัณฑ์
แรกโปรดเรียกว่า " ธัมมจักรกัปปวัตนสูตร "..


ท่านพระวิทยากร พระอภิชัย กำลังบรรยาย พุทธโบราณสถานภายในบริเวณสารนาถ หรือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
ตั้งอยู่ในแคว้นเมืองพาราณสี เป็นสังเวชนียสถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา โปรดปัญจวัตตีย์ทั้ง 5 เมื่อ
วันเพ็ญอาสาฬหมาส ก่อนพุทธศก 45 ปี





ธรรมราชิกสถูป (Dharmarajika Stupa ) 
   ฐานสถูปทรงกลม อยู่ไม่ห่างจากมูลคันธกุฎี เดิมกล่าวกันว่า เป็นที่พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษาในฤดูฝนแรก



ศิลาจารึกพระเจ้าอโศก
  เดินผ่านซากแห่งความยิ่งใหญ่ในอดีตไปตามฐานเจดีย์น้อยใหญ่ที่มีมาแต่โบราณ ก็ถึงวัตถุที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ของสารนาถคือ หลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งเคลือบด้วยน้ำยาพิษ เป็นสิงห์อินเดียเด่นสง่า




     ในคราวเกิดวิกฤตครั้งใหญ่นั้น ศิลานี้ถูกทำลายหล่นลงมา 4 ท่อนเจ้าหน้าที่กรมโบราณสถานจึงนำมาเรียงตั้งไว้
ในที่เดียวกัน รวมเป็น 5 ท่อน ให้เห็นคำศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นอักษรพราหมี และภาษาบาลี
จารึกที่หลักศิลา

แปลได้ ความหมายเป็นคำเตือนภิกษุและชี ซึ่งจำพรรษาอยู่วัดนี้ ให้มั่นอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด
ทำให้นึกถึงพระเจ้าอโศกผู้อุปถัมภกของพระพุทธศาสนาว่า พระองค์เอาธุระกับพระศาสนาอย่างใกล้ชิดจริง
จัง พระพุทธศาสนาในยุคนั้นจึงรุ่งโรจน์อย่างไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้
 


เสาหลักปักเป็นอนุสรณ์ เสาธรรมจักรปักเป็นอนุศาสน์ (ฐานของเสาอโศกในปัจจุบัน)






มูลคันธนกุฎี
     มูลคันธนกุฎี เชื่อกันว่าเป็นที่ประทับจำพรรษาแรกและพรรษาที่ 12 ของพระพุทธเจ้า ลักษณะเป็นอาคาร
ปลูกสร้างแบบอินเดียโบราณ มีรูปร่างทางสถาปัตยกรรมให้เห็นเป็นที่สะดุดตา ตามลักษณะเป็นศิลาทราย
สลับด้วยอิฐก่อปูน

  



  เมื่อมาถึงมูลคันธกุฏีแห่งนี้ ขอให้กราบไหว้ บูชา สวดมนต์ โดยหันหน้าไปทางธัมเมกขสถูป นับว่าเป็นที่เหมาะ
แก่การปฎิบัติธรรม





( ในภาพ พระมหาธนวุฒิ อภิวฑฺโฒ )





( ในภาพล่าง พระเฉลิมชัย อธิวิตฺโต )







ยศเจดียสถาน
  "อนุปัททุตัง อิทัง อนุปสุฏฐง "
   ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง มาเถิดยสะ นั่งลง เราจักแสดงธรรมแก่เธอ ....





"ที่นี่ไม่ทุกข์หนอ ที่นี่ไม่ขัดข้องหนอ" ยศเจดีย์ (รูปด้านบน)และธัมเมกขสถูป (รูปด้านล่าง)







คณะเกื้อบุญ โดยพระครูสุทธธรรมาภรณ์พาเดินเวียนเทียนประทักษิณ 3 รอบ ณ องค์ธัมเมกขสถูป







ผู้เลื่อมใสในพุทธศาสนามากันเป็นหมู่คณะ ต่างจับจองบริเวณรอบๆ ธัมเมกขสถูปเจดีย์













ยุวชนชาย-หญิงของอินเดีย มากันเป็นหมู่คณะเข้ามามนัสการ สังเวชนียสถานโดยการนำทางของคณะครูโรงเรียน






ธัมเมกขสถูปเจดีย์ สถานที่แสดงปฐมเทศนา




























อาจจะเป็นสัญญาลักษณ์ของนักเรียนทั่วโลกกับการถูกกักตัวหน้าโรงเรียนเพราะมาสาย...



        พิพิธภัณฑ์
  สถานที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคารหินทราย ตั้งด้านหน้าสถูปไม่ไกลเยื้องกับวัดไทยสารนาถมากนัก เป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ
จากที่ขุดค้นได้ในบริเวณสารนาถ มีพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ เทวรูป เครื่องใช้ไม้สอยในยุคนั้น และที่น่าสนใจพิเศษ
คือ สิงห์อันเป็นตราราชการแผ่นดินของอินเดีย ซึ่งจอมจักรพรรดิอโศกประดิษฐานไว้เมื่อคราวมาทำการบูชาสถานที่
แสดงปฐมเทศนา





ระหว่างเราชาวคณะรอเวลา..เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ เร่..เข้ามาๆๆ " วัดประกอบสายตา แบบอินเดียๆ".ครับนาย..



..ร้านขายของที่ระลึก ส่วนหนึ่งเป็นพระพุทธรูปปางต่างๆกับนาทีทองหรือนาที สุดท้ายของการต่อรอง.
..ก่อนล้อจะหมุนเพื่อเดินทางไปสนามบินเมืองพาราณสี ต่อไป...



สายๆดีกว่าไม่มา แต่ถ้าออกมาเวลาสายมากกว่านี้โอกาศ จะตกเครื่องบินก็สูงตามไปด้วย เพราะบนท้องถนนเต็มไปด้วยสารพัดยานพาหนะ.
.




ตรวจสอบเอกสารความถูกต้องเรียบร้อย ก่อนจะอำลาจากแล้วซื่งเมืองพาราณสี เพื่อขึ้นเครื่องบินมุ่งสู่เมือง กัลกัตตา ต่อไป...


รสชาติถึงความอร่อย ต้องถามพี่ๆทั้งสอง...ดำหรือเขียวอร่อยกว่ากัน องุ่นว่ากันเป็นกิโลๆ..โปรดสังเกตุที่มือ...



มาเป็นกลุ่มคณะใหญ่แบบนี้ ชอบๆนะนาย.."ปาร์มๆ..มังกี้ๆ.." ตลอดเวลา อย่าเข้าใจผิดเขาถามหานักร้อง
คนอินเดียจะชอบมากเมือได้รับของขวัญจากคนไทยโดยเฉพาะ "ยาหม่องตราลิงถือลูกท้อ"... 





ขอบคุณสายการบิน Jet Airway ที่ขยายพิกัดน้ำหนักบรรทุกกระเป๋าสัมภาระต่างจากเดิม 20 กก. เป็น30 กก../ คน



ขอปรบมือและให้กำลังใจกับชายไทยใจเต็มร้อยจากเมืองเพชรบุรีท่านนี้(ขอสงวนนามครับ) ที่ศรัทธาแรงกล้ามาเพื่อแสวงบุญ
โดยเฉพาะ..ประสบการณ์จะทำให้พี่เข้มแข็งและเราชาวคณะเกื้อบุญก็ขอขออวยพรให้พี่ประสบความสำเร็จดังพี่ต้องการต่อไป
และก็ ขออนุโมทนา สาธุ กับความเด็ดเดี่ยวของพี่ด้วยครับ...(เจอพี่ที่สนามบิน กัลกัตตา 3 มีนาคม 2555 )..












..พบกันก็มีการจากลา
  เจรจาก็ต้องมีข้อยุติ
  การเดินทางก็ต้องมีที่สิ้นสุด
  การแสวงบุญก็ต้องมี
  การกล่าวลา เหมือนกัน 

 " ขอกราบขอบพระคุณที่ทุกๆท่านได้มาเยือน อินเดียแผ่นดินของฉัน และชาวพุทธทั่วโลก ยินดีต้อนรับ ค่ะ "...

 

 

 


























 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




ภาพประทับใจจากการเดินทาง :

ภาพการเดินทางครั้งที่ 7
ภาพการเดินทางครั้งที่ 6 (ภาพชุดที่ 1) article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 6 (ภาพชุดที่ 2) article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 4 article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 3 (ภาพชุดที่ 2) article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 3 (ภาพชุดที่ 1) article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 2 (ภาพชุดที่ 2) article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 2 (ภาพชุดที่ 1) article
ภาพการเดินทางครั้งที่ 1 article
สกู๊ปพิเศษ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

กลุ่มเกื้อบุญ จิตเป็นสุขเมื่อประพฤติธรรม
คุณติ๋ม โทรศัพท์มือถือ : 089-755-0594 หรือ 081-557-6302
คุณต้อม โทรศัพท์ท์มือถือ(India) : 0091-868-771-7587
อีเมล์ : napaporn1953@gmail.com
เว็บไซต์ืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืื www.guarboon.com