ReadyPlanet.com
dot
bulletภาพการเิดินทาง 22 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 23 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 24 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 25 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 26 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 27 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 28 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 29 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 30 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 31 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 1 เมษายน 55
dot
สถานที่ที่เราไปเยือน
dot
bulletวัดไทยพุทธคยา
bulletต้นพระศรีมหาโพธิ์
bulletพระมหาวิหารพุทธคยา
bulletพระพุทธเมตตา
bulletวัดพุทธนานาชาติ
bulletแม่น้ำเนรัญชรา
bulletบ้านนางสุชาดา
bulletเขาคิชณกูฏ
bulletวัดไทยสิริราชคฤห์
bulletวัดเวฬุวัน
bulletหลวงพ่อองค์ดำ
bulletมหาวิทยาลัยนาลันทา
bulletวัดไทยไวสาลี
bulletพระสถูปปาวาลเจดีย์
bulletวัดป่ามหาวัน
bulletพระมหาสถูปเกสะเรีย
bulletสาลวโนทยาน
bulletมกุฏพันธนเจดีย์
bulletวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
bulletสวนลุมพินีวัน
bulletวัดไทยนวราชรัตนาราม
bulletวัดไทยลุมพินี
bulletวัดเชตวันมหาวิหาร
bulletแดนมหามงคลชัย
bulletวัดไทยสารนาถ
bulletแม่น้ำคงคา
bulletพิพิธภัณฑ์สารนาถ
bulletเจาคันธีสถูป
bulletธัมเมกขสถูป
bullet- - - สภาพอากาศ
bullet- - - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bullet- - - ใบสมัครร่วมจาริกธรรม
dot
Newsletter

dot


สายด่วน.."อินเดีย"..081-614-0439
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


หลวงพ่อองค์ดำ

น้องหญิงพาคุณแม่มากราบหลวงพ่อองค์ดำ ภาพนี้เป็นบริเวณทางเข้าสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์

คณะของเราเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เข้ามากราบขอพรองค์หลวงพ่อฯ

คณะของเรา (เดือนกุมภาพันธ์ 54) ขณะกำลังจะชโลมน้ำมันถวายองค์หลวงพ่อฯ

น้องหญิงกับคุณแม่ของน้องหญิง เบื้องพระพักตร์หลวงพ่อองค์ดำที่ศักดิ์สิทธิ์

บริเวณด้านหน้าสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ดำ

          หลวงพ่อองค์ดำ สำหรับประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อองค์ดำ จากบันทึกของ ปิลาซิง ทำให้เราทราบว่า พระพุทธรูปองค์นี้ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเทวาปาล คือระหว่าง พ.ศ.1353 - 1393 และหากท่านทราบประวัติความเป็นมามากกว่านี้ ท่านจะรู้สึกศรัทธาและประหลาดใจ เพราะเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวเท่านั้นที่เหลือรอดจากการทำลายของคนต่างศาสนาได้อย่างเหลือเชื่อ กล่าวกันว่า เมื่อ พ.ศ.1766 พวกมุสลิมได้ใช้วิธีเผยแผ่ศาสนาโดยใช้กำลังอาวุธ ถ้าใครไม่นับถือศาสนาของตนจะต้องถูกทำร้าย โดยเฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ถือว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญ จะต้องถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือทรัพย์สมบัติในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งเข้ายึดครองดินแดนชมพูทวีปฝ่ายเหนือได้ทั้งหมด ด้วยการใช้กำลังอำนาจเข้าห้ำหั่น ฆ่าฟัน ข่มเหง และย่ำยีด้วยวิธีการต่างๆ นานา ซึ่งมี อิคเทียร์ ซิลจิ เป็นหัวหน้า พาสมัครพรรคพวก ถืออาวุธเข้าห้ำหั่นชาวพุทธ ทุบทำลายเผาตำรับตำรา สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง เป็นที่น่าเสียดายยิ่งนัก จากการบันทึกของท่าน ตารนาท ธรรมสวามินปราชญ์ เขียนเอาไว้ว่า พอกองทัพมุสลิมยกทัพกลับไปแล้ว พระ นักศึกษา และพระอาจารย์ ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 70 องค์ ก็พากันออกมาจากที่ซ่อน ทำการสำรวจข้าวของที่ยังหลงเหลืออยู่ รวบรวมเท่าที่จะหาได้ ปฏิสังขรณ์ตัดทอนกันเข้า ก็พอได้ใช้สอยกันต่อมา และท่าน มุทิตาภัทร รัฐมนตรีของกษัตริย์ ในสมัยนั้น ได้จัดทุนทรัพย์จำนวนหนึ่ง ส่งไปจากแคว้นมคธ เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัดวาอารามที่นาลันทาขึ้นมาใหม่ แต่ก็ทำได้บางส่วนเท่านั้น
          แต่แล้ววันหนึ่ง ได้มี ชูชก 2 คน เข้ามาวางอำนาจ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลทางศาสนา จนกระทั่ง 12 ปีผ่านไป 2 ชูชกก็ยังวางตนเขื่องอยู่ มาถึงคราวหนึ่ง ทั้ง 2 ชูชกได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น และคงคิดว่าเพียงพอแล้วที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป จึงได้รวบรวมเศษไม้ แล้วก่อไฟขึ้น พร้อมทั้งขว้างปาดุ้นฟืนที่ติดไฟไปตามสถานที่ต่างๆ โดยรอบ จนกระทั่งเกิดไฟลุกไหม้ไปทั่ว มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา แหลกลาญเป็นผุยผง สุดที่จะทำการซ่อมแซมปฏิสังขรณ์ให้คืนดีได้ดังเดิม มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา อันเลื่องชื่อลือนาม ก็เป็นอันสิ้นสุดลง ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า มาตั้งแต่บัดนั้น จนกระทั่งชาวอังกฤษเข้ายึดครองอินเดีย ได้มีนักโบราณคดีชาวอังกฤษคนหนึ่ง ชื่อ เซอร์คันนิ่งแฮม ได้อ่านบันทึกของ พระถังซำจั๋ง ซึ่งเป็นพระจีนที่เคยเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนา ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา ถึง 14 ปี ได้บันทึกเหตุการณ์ และสถานที่สำคัญต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งเมื่อ เซอร์คันนิ่งแฮม ได้อ่านดูแล้ว จึงได้มอบหมายให้ เอ.เอ็ม.พรอดเล่ย์ และ ดร.สปูนเนอร์ เข้าไปค้นหาปูชนียวัตถุ ตามบันทึกนั้น ก็ปรากฏว่าได้พระพุทธรูปมากมายหลายองค์ ส่วนมากจะเสียหายหักบิ่นจากการถูกทำลายของมุสลิมดังกล่าว จึงส่งเข้าไปรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประเทศอังกฤษ ส่วนพระพุทธรูป หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ นั้น ไม่ทราบว่า เป็นเพราะเหตุใดจึงไม่ถูกส่งไปอังกฤษด้วย และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุด จะมีหักบิ่นนิดหน่อยเฉพาะที่พระนาสิก และพระองค์คุลีข้างขวาเท่านั้น หากมองจากภาพทั่วๆ ไปแล้วพระพุทธรูปองค์ดำนี้ มีขนาดใหญ่ และปดิษฐานตั้งไว้บนฐานที่มั่นคงยากลำบากต่อการเคลื่อนย้าย แต่ตามคำบอกเล่าทราบว่า ในกาลภายหลังทางรัฐบาลอินเดียพยายามที่จะย้ายท่านไปเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองนาลันทา ซึ่งเก็บรวบรวมหลักฐานพระพุทธรูปต่างๆ ที่ค้นพบในบริเวณนาลันทา และราชคฤห์ ทุกครั้งที่มีการโยกย้ายมักเกิดเหตุอาเพทที่ไม่คาดฝันเสมอ เช่น ฝนตกอย่างหนักเกิดฟ้าผ่าอย่างรุนแรงเป็นต้น เป็นเหตุให้การโยกย้ายองค์พระไม่สำเร็จได้ และชาวบ้านก็มาดูแลรักษาหลวงพ่อดำไว้ หากเกิดการเจ็บป่วยก็จะนำน้ำมันมาลูบองค์พระแล้วอฐิษฐานขอให้หลวงพ่อรักษาโรคต่าง ๆ ก็เป็นมหัศจรรย์ว่า โรคต่าง ๆ ได้ถูกรักษาด้วยพลังความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ

          คำสวดบูชาสมเด็จพระพุทธเจ้าองค์ดำ : นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3จบ)

          คำบูชาหลวงพ่อองค์ดำ : อิติปิโส ภะคะวา กาฬะวัณณะพุทธะปฏิมัง อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมาสาระถิ สัตถาเทวะ มะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ขอพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ พุทธบารมี สมเด็จพระพุทธเจ้าทรงวรรณะองค์ดำ ที่ข้าพเจ้าได้บูชาแล้ว จงมีอานุภาพ พลานุภาพ บุญญฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ จงบันดาลส่งผลให้ข้าพเจ้า มีอุดมมงคลสูงสุดในตัวข้าพเจ้า และครอบครัว ธุรกิจการงานของข้าพเจ้า จงชนะตลอด ปลอดภัยตลอด เจริญรุ่งเรื่องตลอด ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บตลอดชีวิต มีพลานามัยที่สมบูรณ์ยิ่ง ในที่สุดขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาได้ดวงตาเห็นธรรม รู้แจ้ง เห็นจริง ในอริยสัจ 4 ประการ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมอย่างไร ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าจงรู้ธรรมอย่างนั้นด้วยเดชแห่งบุญนี้เทอญฯ ... ข้อมูลจาก : ท่านคมสรณ์/อินเดีย ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

กลุ่มเกื้อบุญ จิตเป็นสุขเมื่อประพฤติธรรม
คุณติ๋ม โทรศัพท์มือถือ : 089-755-0594 หรือ 081-557-6302
คุณต้อม โทรศัพท์ท์มือถือ(India) : 0091-868-771-7587
อีเมล์ : napaporn1953@gmail.com
เว็บไซต์ืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืื www.guarboon.com