ReadyPlanet.com
dot
bulletภาพการเิดินทาง 22 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 23 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 24 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 25 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 26 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 27 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 28 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 29 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 30 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 31 มีนาคม 55
bulletภาพการเิดินทาง 1 เมษายน 55
dot
สถานที่ที่เราไปเยือน
dot
bulletวัดไทยพุทธคยา
bulletต้นพระศรีมหาโพธิ์
bulletพระมหาวิหารพุทธคยา
bulletพระพุทธเมตตา
bulletวัดพุทธนานาชาติ
bulletแม่น้ำเนรัญชรา
bulletบ้านนางสุชาดา
bulletเขาคิชณกูฏ
bulletวัดไทยสิริราชคฤห์
bulletวัดเวฬุวัน
bulletหลวงพ่อองค์ดำ
bulletมหาวิทยาลัยนาลันทา
bulletวัดไทยไวสาลี
bulletพระสถูปปาวาลเจดีย์
bulletวัดป่ามหาวัน
bulletพระมหาสถูปเกสะเรีย
bulletสาลวโนทยาน
bulletมกุฏพันธนเจดีย์
bulletวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
bulletสวนลุมพินีวัน
bulletวัดไทยนวราชรัตนาราม
bulletวัดไทยลุมพินี
bulletวัดเชตวันมหาวิหาร
bulletแดนมหามงคลชัย
bulletวัดไทยสารนาถ
bulletแม่น้ำคงคา
bulletพิพิธภัณฑ์สารนาถ
bulletเจาคันธีสถูป
bulletธัมเมกขสถูป
bullet- - - สภาพอากาศ
bullet- - - อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
bullet- - - ใบสมัครร่วมจาริกธรรม
dot
Newsletter

dot


สายด่วน.."อินเดีย"..081-614-0439
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


พระมหาวิหารพุทธคยา

  

  

  

  

               พุทธคยา เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ปัจจุบันอยู่ในตำบลพุทธคยา อำเภอคยา จังหวัดคยา รัฐพิหาร บริเวณพุทธคยา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เดิมเป็นบริเวณหมู่บ้านอุรุเวลา ปัจจุบันเสียงเรียกเพี้ยนไปเป็น อุเรล อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ เมืองคยา ประมาณ 10 กิโลเมตร เจดีย์พุทธคยา ปัจจุบันมีการดูแลอย่างดีจากรัฐบาลอินเดีย และผู้ว่าการรัฐพิหาร โดยมีการตั้งคณะกรรมการดูแลพุทธคยา และมีพระราชบัญญัติว่าด้วยวิหารพุทธคยาขึ้น รอบๆ โพธิมณฑลของ พุทธคยานั้น ก็มีชาวพุทธชาติต่างๆ ไปสร้างวัดอยู่มากมาย พระมหาเจดีย์พุทธคยานั้น มีประวัติยาวนานมาก สันนิษฐานว่าจะสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช แต่เป็นขนาดย่อมกว่าสมัยปัจจุบัน ต่อมาผ่านยุคสมัยของกษัตริย์ชาวพุทธมากมาย กษัตริย์ คฤหบดี เศรษฐีต่างสร้างต่อเติมจาก ขนาดเดิม จนใหญ่ขึ้น เช่น ราว พ.ศ. 674 พระเจ้าหุวิชกะ กษัตริย์มคธ เสด็จมานมัสการ และได้ทรงให้สร้าง เป็นศิลปะที่สวยงาม โดยสร้างต่อเติมจนใหญ่เป็นมหาสถูปของพระพุทธศาสนา เป็นสถาปัตยกรรมอินเดียแบบพุทธ ที่งดงาม โดยรอบของพระเจดีย์ มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามช่องเล็กช่องน้อยของพระมหาเจดีย์
               ราวปี พ.ศ. 2133 นักบวชฮินดูรูปหนึ่ง ชื่อ โคเสนฆมัณฑิคีร์ ได้เดินทางมาถึงที่พุทธคยา และเกิดชอบใจในทำเลนี้ จึงได้ตั้งสำนักเล็กๆ ใกล้ๆ กับพระมหาเจดีย์พุทธคยา แต่พออยู่ไปนานๆ ก็คล้ายๆ กับเป็นผู้ครอบครองไปโดยปริยาย ซึ่งพวกมหันต์นี้ แท้ที่จริงแล้วคือนักธุรกิจที่มาในรูปของนักบวชฮินดู กล่าวกันว่า เป็นพวกที่ติดอันดับ 1 ใน 5 มหาเศรษฐี ของรัฐพิหาร ผู้นำของมหันต์ปัจจุบัน ก็มีการสืบทอดมาตั้งแต่ "โคเสณฆมัณฑิคีร์" ขณะนี้เป็นองค์ที่ 15 แล้ว การที่พวกมหันต์ มาครอบครองพุทธคยานั้น ไม่ได้ดูแลพุทธคยาแต่อย่างใด เพียงใช้พื้นที่เพื่อหาประโยชน์แก่ตนเท่านั้น ในปี พ.ศ. 2417 พระเจ้ามินดงมิน แห่งพม่า ได้ส่งคณะทูต มายังประเทศอินเดีย เพื่อขอบูรณะ ปฏิสังขรณ์พระวิหาร เพื่อดูแลรักษาพุทธสถานแห่งนี้ เมื่อได้รับความยินยอมจากพวกมหันต์ และรัฐบาลอินเดียแล้ว จึงได้เริ่มทำการบูรณะ ทางรัฐบาลอินเดียได้ส่ง เซอร์ อเล๊กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม กับ ดร.ราเชนทรลาล มิตระ เข้าเป็นผู้ดูแลกำกับการบูรณะ หลังจากนั้น คณะผู้แทนจากพม่าจำเป็นต้องเดินทางกลับ ทางรัฐบาลอินเดียจึงรับงานบูรณะทั้งหมดมาทำแทน และเสร็จสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2427 จนเป็นรูปร่างดังที่เห็นในปัจจุบัน
               ในปีพ.ศ. 2434 ท่านอนาคาริกธรรมปาละ ชาวพุทธศรีลังกาเดินทางมายังพุทธคยา พร้อมกับพระภิกษุโกเซน คุณรัตนะ ชาวญี่ปุ่น ได้พบเห็นสภาพของพุทธคยาแล้วถึงกับเศร้าสลดใจ เพราะไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรจากพวกมหันต์ที่มายึดครองพระวิหารพุทธคยาและพื้นที่โดยรอบ โดยไม่ชอบธรรม ทั้งไม่ได้สนใจดูแลพุทธคยา ท่านจึงตั้งปณิธานว่า จะทำให้พุทธคยา กลับคืนมาเป็นของชาวพุทธให้ได้ ปณิธานนี้มาสำเร็จในภายหลัง
               พระมหาเจดีย์พุทธคยานั้นเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นศูนย์กลางของพุทธคยา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และเป็นที่ซึ่งพุทธศาสนิกชนจากทุกมุมโลก ปรารถนาจะมานมัสการให้ได้ ยามเช้าของอินเดียแสงอาทิตย์จะสาดส่องมายังองค์พระเจดีย์ บังเกิดแสงระยิบระยับงดงามมาก ซึ่งก่อให้เกิดศรัทธาปสาทะต่อพุทธศาสนิกชนที่พบเห็นยิ่งนัก ในราวพุทธศตวรรษที่ 13 หลวงจีนเฮี่ยนจัง หรือพระถังซำจั๋ง ได้เดินทาง จาริกจากเมืองจีนมายังอินเดีย เพื่อศึกษาพระพุทธศาสนา ได้เดินทางมาถึง พระมหาโพธิมณฑลแห่งนี้ ท่านได้บันทึกไว้ว่า ทางตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น มีวิหารสูงประมาณ 160 - 170 ฟุต กำแพงเบื้องล่างของวิหารด้านนอก สูงประมาณ 29 หรือกว่านั้น ตัวอาคารทำด้วยกระเบื้องสีฟ้า ทาทับด้วยปูนขาว ทุกห้องในชั้นต่างๆ บรรจุรูป ที่ทำด้วย ทองคำมากมาย ตัวตึกทั้ง 4 ด้าน ประดับประดาด้วยลวดลายอันมหัศจรรย์ ท่านได้บันทึกไว้อีกตอนหนึ่งว่า ตัวอาคารล้อมรอบด้วยทองแดงชุบ ประตูและหน้าต่างตกแต่งด้วยลวดลายอันวิจตร ประดับด้วยทอง เงิน มุก และรัตนชาติต่างๆ ด้านขวาซ้ายของประตูนอกเป็นซอกคล้ายๆ ห้อง ด้านซ้ายมีรูป พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ด้านขวาเป็นรูปพระไมเตรยโพธิสัตว์ รูปเหล่านี้ ทำด้วยเงินขาว สูง 60 ฟุต
               ปัจจุบัน พระมหาเจดีย์พุทธคยาประดิษฐานทางทิศตะวันออกของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งมีแท่นวัชรอาสน์อยู่ตรงกลางระหว่างต้นพระศรีมหาโพธิ์ กับพระมหาเจดีย์ ตัวองค์พระเจดีย์สูงตามรูปทรงกรวย ประมาณ 170 ฟุต วัดรอบฐานได้ประมาณ 85 เมตรเศษ ตั้งอยู่บนอาคารรองรับ 2 ชั้น มีเจดีย์บริวารทั้ง 4 ด้าน รอบบริเวณมีเสาหินทรายที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศก มีรั้วล้อมไว้อย่างแข็งแรง ปรากฏร่องรอยการบูรณะสืบต่อกันมาหลายยุค โดยเฉพาะ สมัยพระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ) ครั้งดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาส วัดไทยพุทธคยา ได้นำศรัทธาของพุทธบริษัทชาวไทย บูรณะเสาหินล้อมรอบพระเจดีย์ และห้องปฏิบัติสมาธิ ชั้นบนของพระเจดีย์ โดยมีพระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล, ป.ธ.๙, Ph.D.) เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เป็นแม่กองงานในขณะนั้น







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

กลุ่มเกื้อบุญ จิตเป็นสุขเมื่อประพฤติธรรม
คุณติ๋ม โทรศัพท์มือถือ : 089-755-0594 หรือ 081-557-6302
คุณต้อม โทรศัพท์ท์มือถือ(India) : 0091-868-771-7587
อีเมล์ : napaporn1953@gmail.com
เว็บไซต์ืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืืื www.guarboon.com